 สถิติของเวบไซต์
 หมวดหมู่สินค้า/บริการ
 จดหมายข่าว

|
|
ฝากติดตามเวปสำรองของทางร้าน www.barameepokae.com Alternative website : www.barameepokae.com |
สินค้า/บริการ >> อาจารย์องอาจ สีงาม >> โยคีหนุ่ม (พระศิวะอวตาร) เนื้อสำริดแดง แบบมีฐานตั้งบูชา, อาจารย์องอาจ สีงาม
| โยคีหนุ่ม (พระศิวะอวตาร) เนื้อสำริดแดง แบบมีฐานตั้งบูชา, อาจารย์องอาจ สีงาม รหัสสินค้า: 005557 ราคา: 7,900.00 บาท รายละเอียด:

โยคีหนุ่ม (พระศิวะอวตาร), อาจารย์องอาจ สีงาม
มีเรื่องเล่าครั้งนึงในตำนานเล่าว่า พระอิศวรทรงชักชวนพระนารายณ์แปลงกายเป็นผัวเมียไป ณ ป่าที่หนึ่งเพื่อไปปราบบรรดาดาบสที่ไม่ตั้งตนบำเพ็ญตบะ และบูชาเทพอย่างที่ทำกัน ดาบสกลุ่มนั้นทำตัวเหลวไหลใฝ่ไปในทางชั่ว มากในกามมากกว่าจะอยู่ในศีลในธรรม
เมื่อทั้งสองมหาเทพไปปรากฎตัวในป่าในฐานะของโยคีหนุ่มกับเมีย (พระนารายณ์ปลอมเป็นเมียพระอิศวร) พวกดาบสที่มากกิเลสตัณหา พากันมาเกี้ยวพาราสีเมียของโยคีหนุ่ม โดยไม่เกรงต่อบาปเลยว่าสาวงามผู้นั้นมีคู่ครองแล้ว และแม้แต่บรรดาเมียๆของดาบสพากันมาให้ท่า แก้ผ้าโชว์เรือนร่างกายอันสวยงามให้โยคีหนุ่มผู้นั้นได้เชยชม แต่ก็ไม่สามารถทำให้โยคีหนุ่มนั้นหลงได้ และก็ไม่มีดาบสตนใดชนะใจเมียสาวของโยคีนี้ได้เช่นกัน
ความพิศวาสจึงกลายเป็นโกรธแค้นแทน และเหล่าดาบสจึงพากันสาปแช่งโยคี และเมียให้มีอันเป็นไปทันที แต่ทว่าคำสาปนั้นกลับไม่เป็นผลอะไรทั้งสิ้น พวกดาบสนั้นไม่รู้ได้เลยว่าโยคีหนุ่มและเมีย นั้นคือพระอิศวรและเมียนั้นคือพระนารายณ์ เวทมนต์ใดๆก็ไม่สามารถทำร้ายผู้เป็นมหาเทพทั้งสองได้ แต่ด้วยความไม่ยอมใครของพวกดาบสจึงไม่คิดยอมแพ้ง่ายๆ พวกได้ดาบสได้อัญเชิญยักษ์ตนหนึ่งที่มีฤทธิ์มากมีชื่อว่า "มุยะละกะ" มาสู้กับโยคีหนุ่ม โยคีหนุ่มจึงได้แสดงตนว่าข้าคือพระอิศวรผู้เป็นใหญ่แห่งเทพทั้งปวง ก็ทรงแสดงฤทธิ์เดช ใช้เท้าเหยียบบนอกยักษ์ไว้ แล้วร่ายรำไปในลีลาอันวิจิตรพิสดาร ทำให้ยักษ์ตนนั้นแทบเอาชีวิตไม่รอด
เหล่าบรรดาดาบสได้เห็นว่า โยคีหนุ่มและเมียคือมหาเทพ จึงยอมแพ้แต่โดยดี เมื่อยักษ์ตนนั้นได้สำนึกผิดและเกรงกลัวต่อมหาเทพ จึงได้ขอชีวิตต่อพระอิศวร และให้คำสัญญาว่าจะบำเพ็ญตบะเป็นโยคีด้วยการทำความเพียรเผาผลาญความชั่วที่ทำผิดต่อมหาเทพผู้ยิ่งใหญ่ ด้วยการเป็น "โยคี" พระอิศวรจึงได้มอบพรวิเศษให้ว่า "ไม่มีอาวุธวิเศษใดหรือสิ่งชั่วร้ายใดสามารถมาทำร้ายโยคีท่านนี้ได้ และสะท้อนสิ่งชั่วร้ายนั้นกลับไปยังที่มา"
ด้วยเหตุนี้อาจารย์องอาจได้สร้าง "โยคีหนุ่ม" หรือ "พระศิวะอวตาร" รุ่นนี้ให้เป็นตัวแทนของหนึ่งในภาคอวตารของพระอิศวร ต่อยอดจากตำนาน "งั่งมหาโยคี" ที่เป็นตัวแทนของ "ยักษ์มุยะละกะ” ซึ่งอยู่ในร่างของโยคีผู้เฒ่าไว้หนวดไว้เครา โดยท่านตั้งใจสร้างให้โยคีหนุ่มอยู่ ในรูปลักษณ์ของบุรุษรูปงาม ร่างกายกำยำ สื่อถึงความมีเสน่ห์น่าดึงดูด และพละกำลังของชายชาตรี
ส่วนลึงค์ที่ปรากฏให้เห็นเป็นสง่าบนตัวโยคีหนุ่มนั้น ท่านตั้งใจสอดแทรกไว้อย่างมีนัยยะเพื่อสื่อถึงศาสตร์ความเชื่อของการบูชา "ศิวลึงค์" ในลัทธิไศวนิกาย สัญลักษณ์แทนองค์พระศิวะ เทพเจ้าสูงสุดในศาสนาพราหมณ์ฮินดู อันเป็นต้นกำเนิดของเครื่องรางที่คนไทยรู้จักกันดีในนาม "ปลัดขิก" นั่นเอง จึงเป็นการผสมผสานระหว่างศาสตร์และศิลป์ ตำนานและความเชื่อของหลายๆแขนงเข้าไว้ด้วยกันได้อย่างลงตัว
ดังนั้นเมื่อมองในภาพรวม ก็สามารถกล่าวได้ว่าโยคีหนุ่มรุ่นนี้ จัดอยู่ในหมวดหมู่ของ "งั่ง" ประเภทนึงก็ว่าได้ ผู้เป็นเจ้าของจึงสามารถบูชาโยคีหนุ่มรุ่นนี้ในลักษณะเดียวกันกับการบูชางั่งได้ทุกประการ โดยอาจารย์องอาจได้ปลุกเสกโยคีหนุ่มด้วยมนต์โบราณที่ให้ผลทางมหาเสน่ห์มหานิยมเป็นพิเศษ ซึ่งจะต่างจากวิชาที่ท่านนำมาเสกงั่งมหาโยคี ที่จะเน้นไปในทางคุ้มครองป้องกัน สะท้อนกลับสิ่งไม่ดีไปสู้ผู้มุ่งร้าย
สำหรับมวลสารที่นำมาจัดสร้างก็เรียกได้ว่าสุดยอด มีโลหะหลายชนิดที่อาจารย์องอาจบอกว่าไม่อาจจะนำภาพมาให้ชมได้ เพราะเป็นของโบราณที่หายาก บางชิ้นมีอายุเก่าแก่มากเป็นพันปีก็มี ท่านจะหลอมโลหะต่างๆและแผ่นยันต์ที่ท่านเขียนไว้เป็นแท่งๆ ทบยอดสะสมเรื่อยมา ด้วยการผสมผสานของโลหะหลากหลายชนิด เนื้อหาจึงออกไปทาง "สำริด" เอาเป็นว่าสำหรับผู้ที่ดูเนื้อโลหะเป็น ถ้าได้เห็นวัตถุมงคลที่ท่านสร้าง จะรู้เลยว่าชนวนโลหะที่นำมาทำนั้นไม่ธรรมดาจริงๆ นี่ยังไม่ได้พูดถึงพลังงานที่แฝงอยู่ในมวลสารเหล่านั้น ที่ได้ซึมซับผ่านกาลเวลาและพิธีกรรมมานานนม กล่าวได้ว่าเพียงโลหะที่นำมาสร้างก็มีฤทธิ์มีคุณวิเศษในตัวอย่างแน่นอน
จัดสร้างทั้งหมด 3 แบบดังนี้:
แบบที่.1 เนื้อสำริด (พิมพ์3ลึงค์) จำนวนการจัดสร้าง 10 องค์
แบบที่.2 เนื้อสำริดแดง จำนวนการจัดสร้าง 8 องค์ (แบ่งเป็นพิมพ์1ลึงค์ 5 องค์, แบบมีฐานตั้งบูชา 2 องค์, และพิมพ์2ลึงค์ 1 องค์) อาจารย์องอาจท่านบอกว่าเนื้อสำริดแดงนี้เป็นเนื้อพิเศษ มวลสารจำกัดมากจึงสร้างได้น้อย เพราะท่านได้นำของโบราณที่อยู่ใน "ยุคทองแดง" ซึ่งถือเป็นยุคแรกเริ่มที่มนุษย์รู้จักการนำทองแดงมาหลอมเป็นเครื่องมือเครื่องใช้ มาผสมกับเครื่องสำริดของอารยธรรมโบราณนับไม่ถ้วน ด้วยการปรุงแต่งโลหะตามสูตรเฉพาะของท่าน จึงทำให้เนื้อโลหะมีเอกลักษณ์ และมีความแกร่งเป็นพิเศษ
แบบที่.3 เนื้อสำริด (พิมพ์1ลึงค์) จำนวนการจัดสร้าง 40 องค์
Young Yogi (Shiva Avatar) by Arjarn Ongart Seengam.
Once upon a time in legend, it is said that Lord Shiva invited Lord Vishnu to transform into a married couple and go to a certain forest to defeat a group of ascetics who were not devoted to meditation and worshiping the deities as they should be. This group of ascetics was indulging in vice and passion, straying far from moral conduct.
When the two deities appeared in the forest as a young yogi and his wife (with Lord Vishnu disguised as Shiva's wife), the lustful ascetics approached the young yogi's wife, disregarding the sin of pursuing a beautiful woman who was already partnered. Even the wives of these ascetics tried to seduce the young yogi by flaunting their beautiful bodies, but none could distract him. Likewise, no ascetic was able to win the heart of the young yogi's wife.
Desire thus turned into anger, and the ascetics cursed the yogi and his wife to meet their doom immediately. However, the curse had no effect whatsoever. The ascetics were unaware that the young yogi was Lord Shiva and his wife was Lord Vishnu. No magic could harm these two deities. Yet, due to their stubbornness, the ascetics refused to back down easily. They summoned a powerful giant named "Mujalaka" to fight the young yogi.
The young yogi then revealed himself, declaring, "I am Lord Shiva, the supreme among all deities," and displayed his divine powers. He placed his foot on the giant's chest and danced in an intricate, mesmerizing manner, nearly causing the giant to lose his life.
When the ascetics saw that the young yogi and his wife were deities, they surrendered willingly. The giant, realizing his wrongdoings and fearing the supreme deities, pleaded for his life before Lord Shiva. He promised to become a yogi, dedicating himself to penance and eradicating the evil he had committed against the great deities. In response, Lord Shiva bestowed a divine blessing upon him: "No magical weapon or evil force can harm this yogi, and any malevolence shall be reflected back to its source."
For this reason, Arjarn Ongart created the "Young Yogi" or "Shiva Avatar" as a representation of one of the incarnations of Lord Shiva. This concept builds upon the legend of the "Maha Yogi Ngang" who embodies the giant Mujalaka, depicted as an old yogi with a beard. The intention was to present the young yogi in the form of a handsome, muscular man, symbolizing charm and the strength of a true hero.
The lingam that prominently appears on the young yogi is intentionally integrated with significance to represent the belief in worshiping the "Lingam" in Shaivism. This symbolizes Lord Shiva, the supreme deity in Hinduism, and serves as the origin of the amulet known in Thailand as "Palad Khik." Thus, it beautifully combines elements of magic and art, legend and belief from various traditions into a harmonious whole.
Therefore, when viewed as a whole, this version of the young yogi Ngang can be categorized as a type of "Ngang." The owner can worship this young yogi in the same manner as they would worship an Ngang. Arjarn Ongart has empowered the young yogi Ngang with ancient mantras that bestow special charm and popularity. This differs from the techniques used to empower the Maha Yogi Ngang, which focus more on protection and reflecting back negativity towards those with ill intentions.
The materials used in the creation of this amulet are truly exceptional. There are various metals that Arjarn Ongart mentioned cannot be shown, as they are rare ancient artifacts, some of which are thousands of years old. He melted different metals along with talismanic plates he had inscribed, continually accumulating them over time. With the combination of various metals, the material tends to be more like "Bronze". For those who can discern the quality of the metals, seeing the amulets he created will make it clear that the metals used are indeed extraordinary. This doesn’t even touch upon the energy embedded in those materials, which has been absorbed over time through rituals and practices. It can be said that the metals used in the creation possess inherent powers and virtues.
There are 3 types were created as follows:
Type.1 Bronze Material (3 lingams model), Made 10 pieces.
Type.2 Red Bronze Material, Made 8 pieces (1 lingam model = 5 pieces, standing type = 2 pieces, and 3 lingams model = 1 piece). Arjarn Ongart mentioned that this red bronze is a special material with very limited resources, which is why so few were made. It incorporates ancient materials from the "Bronze Age", considered the first period when humans began to melt copper into tools and utensils, mixed with bronze from countless ancient civilizations. Through his unique metal formulation, this resulted in a metal with distinctive characteristics and exceptional strength.
Type.3 Bronze Material (1 lingam model), Made 40 pieces.
ขั้นตอนการนำชนวนโลหะมาหล่อหลอมขึ้นเป็นโยคีหนุ่ม ตามวันและฤกษ์ยามที่อาจารย์องอาจท่านได้คำนวนไว้
The process of melting the metal alloy into Young Yogi, according to the days and auspicious times calculated by Arjarn Ongart.

ถ้าได้จับจะวางไม่ลง โยคีหนุ่มรูปงามที่แม้แต่เหล่าอัปสรนางฟ้ายังหลงรักคลั่งไคล้ ถึงขั้นยอมตรอมใจตายหากไม่ได้เคียงกายเขา
Once you touch this arnulet, it is hard to put it down. A handsome young yogi whom even the celestial nymphs adore and are so infatuated with that they would despair if they couldn't be by his side.
ระยะเวลาการขาย : จนกว่าของจะหมด |
|
|
 สินค้า/บริการ แนะนํา
|
|